มันคือ
หัวใจของการถ่ายภาพให้ได้ความสว่างที่พอดี (Well-Exposed) คือการสร้างสมดุลระหว่าง 3 สิ่งนี้ครับ ลองจินตนาการว่ามันคือ ก๊อกน้ำ 3 ตัวที่ไหลลงสู่ถังใบเดียวกัน ถังคือ “ภาพถ่าย” และน้ำคือ “แสง” หน้าที่ของเราคือเปิด-ปิดก๊อกทั้งสามให้สัมพันธ์กันเพื่อให้น้ำเต็มถังพอดี

1. Aperture (รูรับแสง)
- มันคืออะไร: “ความกว้างของรูม่านตาเลนส์” แสดงด้วยค่า f/stop (เช่น f/1.4, f/2.8, f/8, f/16)
- หน้าที่หลัก: ควบคุมปริมาณแสง และ “ความเบลอของฉากหลัง” (Depth of Field)
- จำง่ายๆ:
- เลข f น้อย (เช่น f/1.8): รูรับแสงกว้าง = แสงเข้าเยอะ = ฉากหลังเบลอสวย (เหมาะกับการถ่ายคน)
- เลข f มาก (เช่น f/11): รูรับแสงแคบ = แสงเข้าน้อย = คมชัดทั้งภาพ (เหมาะกับการถ่ายวิว)
2. Shutter Speed (ความเร็วชัตเตอร์)
- มันคืออะไร: “ระยะเวลาที่ม่านชัตเตอร์เปิดรับแสง” แสดงด้วยหน่วยวินาที (เช่น 1/1000s, 1/60s, 30s)
- หน้าที่หลัก: ควบคุมปริมาณแสง และ “การเคลื่อนไหวของวัตถุ” (Motion)
- จำง่ายๆ:
- เร็ว (เช่น 1/1000s): เปิดรับแสงแวบเดียว = หยุดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วได้ (เช่น ถ่ายภาพนักกีฬา)
- ช้า (เช่น 15s): เปิดรับแสงนาน = สร้างเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวเป็นสาย (เช่น น้ำตกฟุ้งๆ, ไฟรถวิ่งตอนกลางคืน) จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้อง
3. ISO (ความไวแสง)
- มันคืออะไร: “ความไวต่อแสงของเซ็นเซอร์กล้อง” แสดงด้วยตัวเลข (เช่น 100, 400, 1600, 6400)
- หน้าที่หลัก: “ปั๊มแสง” ในสถานการณ์ที่แสงน้อย
- จำง่ายๆ:
- ISO น้อย (100-400): ความไวแสงต่ำ = คุณภาพไฟล์ดีที่สุด, ภาพเนียนกริ๊บ (ใช้ในที่ที่แสงสว่างเพียงพอ)
- ISO สูง (1600 ขึ้นไป): ความไวแสงสูง = ช่วยให้ถ่ายในที่มืดได้สว่างขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วย “จุดรบกวน” (Noise) ที่จะเกิดขึ้นในภาพ
แค่ลองดู
เมื่อคุณปรับค่าใดค่าหนึ่ง คุณจะต้องปรับอีกหนึ่งหรือสองค่าที่เหลือเพื่อชดเชยกันเสมอ เช่น ถ้าคุณต้องการ “เบลอหลัง” (ปรับ f/1.8 = แสงเข้าเยอะ) คุณอาจจะต้อง “เพิ่ม” Shutter Speed ให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้ภาพสว่างจนเกินไป (Overexposed)